DHC Lactoferrin – Colostrum ดีเอชซี แล็คโตเฟอริน – โคลอสตรุ้ม 30 วัน

฿1,050.00

Out of stock

Description

DHC Lactoferrin – Colostrum ดีเอชซี แล็คโตเฟอริน – โคลอสตรุ้ม 30 วัน

อาหารเสริมสกัดจากโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง) ช่วยในด้านการพัฒนาอวัยวะการเจริญเติบโตของร่างกาย และพัฒนาการทางสมอง ทำให้เด็กเรียนรู้เร็ว ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เพื่อมีสุขภาพดีในทุกวัน

 

DHC Lactoferrin – Colostrum ดีเอชซี แล็คโตเฟอริน – โคลอสตรุ้ม

อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ มีส่วนผสมหลักที่สำคัญ คือ แล็คโตเฟอรินสกัดจากโคลอสตรุ้ม แลคทูโลส ไฮยาลูรอน จุลินทรีย์ไบฟิโดแบคทีเรีย ที่จะช่วยในด้านการพัฒนาอวัยวะการเจริญเติบโตของร่างกาย และพัฒนาการทางสมอง ทำให้เด็กเรียนรู้เร็ว มีสมาธิ มีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด  ช่วยในด้านการพัฒนาอวัยวะการเจริญเติบโตของร่างกาย เช่น รูปร่างและส่วนสูง แข็งแรง มีพลัง และโคลอสตรุ้ม ยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เช่น โรคภูมิแพ้ ป้องกันเชื้อรา แบคทีเรียไวรัส และโรคติดต่อชนิดต่างๆได้ หากคุณมีความปรารถนาดีที่มีให้กับลูก ด้วยการหาอาหารเสริมมาบำรุง คำตอบสุดท้ายที่ดีที่สุด คือ DHC Lactoferrin – Colostrum ดีเอชซี แล็คโตเฟอริน – โคลอสตรุ้ม อาหารเสริมสกัดจากโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง)  ที่ส่งผลทางตรงสู่การพัฒนาอวัยวะการเจริญเติบโตของร่างกาย และพัฒนาทางสมอง และมีร่างกายที่แข็งแรง ไม่เป็นภูมิแพ้ เป็นหวัดบ่อย สมองดี เรียนเก่ง หุ่นดี รูปร่างสูงโปร่ง สุขภาพจิตดี หรือผู้สุงอายุที่มีสุขภาพไม่ดี ปัญหากระดูกเปราะ กระดูกเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน และมีแผลจากการติดเชื้อ จะเห็นผลเร็วมาก เมื่อทานรับประทาน  DHC Lactoferrin – Colostrum ดีเอชซี แล็คโตเฟอริน อาหารเสริมสกัดจากโคลอสตรุ้ม (น้ำนมเหลือง)

DHC Lactoferrin – Colostrum ดีเอชซี แล็คโตเฟอริน – โคลอสตรุ้ม อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ ในรูปแบบเม็ด ผลิตโดย DHC ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์วิตามินอาหารเสริมอันดับหนึ่ง ในญี่ปุ่น ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ไม่มีผลข้างเคียง ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ประโยชน์ของ DHC Lactoferrin – Colostrum แล็คโตเฟอริน – โคลอสตรุ้ม

  1. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย เช่น โรคภูมิแพ้ ป้องกันเชื้อราแบคทีเรียและไวรัส
  2. ช่วยในด้านการพัฒนาอวัยวะการเจริญเติบโตของร่างกาย เช่น รูปร่างและส่วนสูง ความแข็งแรงและมีพลัง
  3. ช่วยพัฒนาการทางสมอง ทำให้เด็กเรียนรู้เร็ว และมีสมาธิ
  4. ช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด
  5. ช่วยเร่งการสมานการบาดเจ็บ
  6. ช่วยรักษาอาการปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ
  7. ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง เช่น ผู้ที่มีปัญหาฟันผุ เนื้อฟันไม่แข็งแรง เสียวฟัน และผู้ที่มีปัญหากระดูกเปราะ กระดูกเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม
  8. ช่วยเสริมสร้างการทำงานของลำไส้
  9. ช่วยปรับสภาพเนื้อเยื้อของผิวและกล้ามเนื้อ
  10. ช่วยปรับระบบผิวพรรณให้สดใส
  11. ช่วยสนับสนุนการทำงานร่วมกันของกระดูกและข้อต่อ
  12. ช่วยให้สารอาหารและกรดอะมิโนต่างๆอย่างสมดุลกับร่างกาย

ส่วนประกอบของ DHC Lactoferrin แล็คโตเฟอริน

รับประทานวันละ 3 เม็ด ปริมาณรวม 1,500 มิลลิกรัม ประกอบด้วย

  • แล็คโตเฟอรินสกัดจากโคลอสตรุ้ม (Lactoferrin extracted from Colostrum) 300 มิลลิกรัม
  • แลคทูโลส (Lactulose) 7.5 มิลลิกรัม
  • ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) 3 มิลลิกรัม
  • จุลินทรีย์ไบฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) 300 ล้าน

วิธีการรับประทาน

รับประทานวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 แคปซูล หลังอาหาร เช้า – กลางวัน – เย็น

ขนาดบรรจุ : 90 แคปซูล (สำหรับ 30 วัน)

หมายเหตุ :

  1. รับประทานด้วยน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น แล้วดื่มน้ำตามมากๆ
  2. ไม่ควรรับประทานเกินปริมาณที่กำหนดต่อวัน
  3. ถ้ารู้สึกว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายควรหยุดรับประทาน
  4. กรุณาตรวจสอบส่วนผสมในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้อาหาร ควรหลีกเลี่ยง
  5. เด็กและสตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
  6. กรุณาเก็บให้พ้นจากมือเด็ก
  7. ปิดให้แน่นหลังจากเปิดรับประทาน
  8. เก็บให้พ้นแสงแดดหรือที่อับชื่น

สาระน่ารู้เกี่ยวกับ โคลอสตรุ้ม (Colostrum )

โคลอสตรุ้ม คือ น้ำนมเหลือง เป็นน้ำนมแรกคลอดที่ต่อมน้ำนมจะสร้างขึ้นทันที เพื่อเป็นอาหารแรกจากแม่สู่ลูก มีลักษณะเป็นของเหลว สีเหลืองข้น ในน้ำนมเหลือง อุดมไปด้วยสารอาหารทุกชนิดอย่างเข้มข้น และยังประกอบไปด้วยโมเลกุลชีวภาพอีกหลายชนิดที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและ สร้างความเจริญเติบโตแก่ลูก

โคลอสตรุ้ม (Colostrum) หรือ น้ำนมเหลือง จัดเป็นอาหารที่มหัศจรรย์ มีคุณสมบัติทางกายภาพแตกต่างจากน้ำนมปกติ ธรรมชาติออกแบบมาให้มันทำหน้าที่ที่โดดเด่น ในเรื่องการสร้างความเจริญเติบโตและสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

องค์การอนามัยโลก (WHO) คำแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อย่างน้อย 4-6เดือน หลังจากนั้นจึงให้ทานอาหารเสริมอื่นและนมวัว จนเด็กมีอายุ 2 ขวบ ซึ่งมีฟันที่แข็งแรงพอที่จะเคี้ยวอาหารได้ มีความสมบูรณ์ของระบบต่างๆ ในร่างกายพอที่สามารถจะดูดซึมสารอาหารจากแหล่งอื่นๆได้  จึงให้เด็กได้ทานอาหารอื่นๆ และสนับสนุนให้มีการดื่ม “นมวัว” เป็นอาหารเสริม

สาเหตุที่เลือกนมวัว เพราะมีการศึกษาวิจัยมาแล้วว่า นมวัวมีองค์ประกอบและสารอาหารต่างๆในน้ำนมใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด และวัวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนคน มีน้ำนมเหลืองแรกคลอดหรือโคลอสตรุ้มเหมือนกัน จึงมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยซึ่งพบว่า โคลอสตรุ้มจากมาวัวหลังคลอดก็มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกัน และตัวประกอบการเจริญเติบโต (Growth Factor) คล้ายน้ำนมเหลืองจากนมคน

ที่มาของโคลอสตรุ้ม (Colostrum)

นายแพทย์อัลเบิร์ต ซาบิน ผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้คิดค้นวัคซีนโปลิโอคนแรก ได้ออกมาสนับสนุนให้มีการใช้โคลอสตรุ้ม สาเหตุมาจากในระหว่างการทดลอง นายแพทย์อัลเบิร์ต ได้ผลิตสารสร้างภูมิต้านทานจากโคลอสตรุ้มของวัวมาก่อน เขาจึงรู้ประสิทธิภาพของภูมิต้านทานของโคลอสตรุ้มดี

40 ปีต่อมา แคมเบลล์และปีเตอร์สัน ทำการทดลองสร้างวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการใช้เชื้อโรคต่างๆ ที่อ่อนแอฉีดเข้าไปในตัวแม่วัวก่อนจะคลอดลูกเพื่อกระตุ้นให้แม่วัวสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาในร่างกาย จากนั้นเมื่อคลอดลูกวัว เขาจึงเก็บรวบรวมเอาโคลอสตรุ้มจากแม่วัวเพื่อใช้เป็นวัคซีนภูมิคุ้มกันในระยะทดลอง

ในปี 1992 คุมเมอร์เป็นคนแรกที่ทำการทดลองและพิสูจน์ให้เห็นว่า โคลอสตรุ้มจากวัวที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ช่วยป้องกันโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ในเด็กทารก

ในปี 1998 แมคคอลเนลและเพื่อนร่วมงานที่มหาวิทยาลัยโอตาโก ประเทศนิวซีแลนด์ได้ทำการวิจัยและพิสูจน์ให้เห็นว่าโคลอสตรุ้มจาก แม่วัวที่ปล่อยให้กินหญ้าในทุ่งหญ้าธรรมชาติโดยไม่มีการฉีดวัคซีนให้วัว มีประสิทธิภาพในด้านการสร้างภูมิต้านทานดีกว่าแม่วัวที่ได้รับการฉีดวัคซีน

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมในประเทศนิวซีแลนด์ ได้ให้ความสนใจและริเริ่มระบบรวบรวมโคลอสตรุ้มเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก โดยร่วมมือกับเจ้าของฟาร์มโคนมหลายร้อยคนพัฒนาวิธีการเก็บ การรักษาความสะอาด ปลอดเชื้อ การทำให้แห้ง การเก็บรักษาและการบรรจุภัณฑ์เพื่อการจำหน่าย

ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีระบบดีมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ในเรื่องปศุสัตว์ อาหารเสริมประเภทนมวัวชั้นนำที่เป็นที่เชื่อถือได้ มีจำหน่ายทั่วโลกมักจะมาจากนิวซีแลนด์ มีอยู่ระยะหนึ่งที่เซรั่มจากรกแกะเป็นที่นิยมและขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในบ้านเรา ก็ต้องเป็นรกแกะจาก ประเทศนิวซีแลนด์ ถึงจะเป็นเซรั่มเกรด A ระบบการเลี้ยงสัตว์เชิงพาณิชย์ที่ประเทศเขา เขาจะสร้างทุ่งหญ้าเป็นพันเป็นหมื่นไร่เอาไว้เลี้ยงสัตว์เฉพาะ ปลูกหญ้าสายพันธุ์ที่ดีสำหรับสัตว์ ไม่ใช้สารเคมี รวมทั้งคำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์เป็นอันดับแรก ผลผลิตที่ได้จากสัตว์ในประเทศเขาจึงเชื่อถือได้

การผลิต โคลอสตรุ้ม (Colostrum)

น้ำนมเหลือง หรือ โคลอสตรุ้ม จะนำไปสกัดและฆ่าเชื้อด้วยแสงที่ 72 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15 วินาที ซี่งนานพอที่จะฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ แต่ไม่นานพอที่จะทำลายสารอาหารสำคัญทางชีวภาพที่ละเอียดอ่อน จากนั้นน้ำนมเหลือง หรือ โคลอสตรุ้ม จะถูกนำไปทำให้แห้งด้วยความร้อนต่ำ เพื่อให้ได้ “ผงนมสีขาวเหลือง“  ที่ยังคงไว้ซึ่งคุณสมบัติทางชีวภาพ กระบวนการทำให้แห้งด้วยความร้อนต่ำ ซึ่งเริ่มใช้ในนิวซีแลนด์ทำให้คุณสมบัติทางชีวภาพสูญหายไป น้อยกว่า 3 % จากนั้นจึงนำไปผลิตเป็นแคปซูล ผง เม็ดและเครื่องดื่ม

ความบริสุทธิ์และปลอดภัยของColostrum(โคลอสตรุ้ม)

โคลอสตรุ้มได้รับความเชื่อมั่นและยอมรับในเรื่องความบริสุทธิ์และคุณภาพ การผลิตแต่ละครั้งผ่านการทดสอบเศษตกค้างของยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าแมลง สารสกัด และสิ่งปนเปื้อนทางจุลินทรีย์เพื่อให้มั่นใจว่าโคลอสตรุ้มที่มีคุณภาพสูงสุด จะถูกนำไปใช้เท่านั้น

ความแตกต่างน้ำนมเหลืองระหว่างน้ำนมทั่วไป
  • ช่วยซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอของร่างกาย  
  • ช่วยสร้างกระตุ้นการผลิตเซลล์ต้นกำเนิด ( Stem Cell)  
  • ช่วยเสริมภูมิต้านทาน เพิ่มความสูง  เพิ่มกล้ามเนื้อ  เพิ่มระดับสมาธิ และความจำ  
  • ชะลอความชรา  ช่วยสู้กับเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย และภูมิแพ้ต่าง ๆ
  • อุดมไปด้วยสารที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
สารอาหารใน โคลอสตรุ้ม (Colostrum) มีอะไรบ้าง?
  • สารโปรตีนภูมิคุ้มกัน (Immunoglobulins) สารโปรตีนภูมิคุ้มกันนี้ จัดเป็นการปกป้องชั้นสูงในเรื่องการรักษา ป้องกันการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ภูมิแพ้ เชื้อรา และยีสต์ สารโปรตีนภูมิคุ้มกันนี้มีอยู่ 5 ชนิดในน้ำนมเหลือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง IgA, IgD, IgE, IgG, และ IgM น้ำนมเหลืองวัวจะมี IgG มากที่สุด ส่วน IgA, IgD, IgE, และ IgM จะมีอยู่ในปริมาณเล็กน้อย น้ำนมเหลืองของมนุษย์จะประกอบด้วย IgG 2% ขณะที่น้ำนมเหลืองวัวจะมี IgG อยู่ 8 ถึง 25% โมเลกุลของสารโปรตีนเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัส (เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่) ปรสิต และยีสต์ สารโปรตีนภูมิคุ้มกันจัดเป็นสารที่มีกำลังที่อยู่ในน้ำนมเหลืองช่วยต้านการอักเสบติดเชื้อ
  • สารต่อต้านเชื้อโรคในร่างกาย (Antibodies) น้ำนมเหลืองประกอบด้วยสารต่อต้านเชื้อโรคในร่างกายมากกว่า 19 ชนิด อันเป็นตัวการทำให้เกิดโรค อาทิ rotavirus, h. pylori, cryptosporidium, salmonella, candida, streptococcus, staphylococcus และ E. coli.
  • สารประกอบโมเลกุลของกรดอะมิโนหลายชนิดเรียงต่อกันเป็นสายยาว PRP (Proline-rich Polypeptide) ช่วยการหมุนเวียนในต่อมธัยมัส ควบคุมร่างกายส่วนกลางในระบบภูมิคุ้มกัน PRP สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอให้สมดุลขึ้นเพื่อเป็นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อไปเหมือนกับนำเชื้อโรคเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกันตัวเอง
  • Lactoferrin เป็นสารโปรตีนสำคัญอีกตัวหนึ่ง ที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถจับธาตุเหล็ก โดยเฉพาะธาตุเหล็กในลำไส้ ทำให้แบคทีเรียในลำไส้หยุดการเจริญเติบโตและตายไปในที่สุด เพราะแบคทีเรียต้องอาศัยโมเลกุลอิสระของธาตุเหล็กช่วยในการเจริญเติบโต ทางการแพทย์กำลังสนใจศึกษาวิจัยการใช้แลคโตเฟอร์รินเพื่อรักษาโรคติดเชื้อ ต่างๆอยู่ด้วย

Reviews

There are no reviews yet.

Be the first to review “DHC Lactoferrin – Colostrum ดีเอชซี แล็คโตเฟอริน – โคลอสตรุ้ม 30 วัน”

Your email address will not be published. Required fields are marked *