DHC Odorless Garlic ดีเอชซี กระเทียมไร้กลิ่น 30 วัน

฿410.00

Out of stock

Description

DHC Odorless Garlic ดีเอชซี กระเทียมไร้กลิ่น  30 วัน

อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ ช่วยเพิ่มพลัง ในผู้ที่เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เสริมสร้างให้ร่างกายมีความแข็งแรง

DHC Odorless Garlic

 

 

DHC Odorless Garlic ดีเอชซี กระเทียมไร้กลิ่น

เป็นอาหารเพื่อบำรุงสุขภาพ ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด มีสารประกอบซัลเฟอร์อย่างน้อย 33 ชนิด ซึ่งรวมถึง สารอัลลิซิน (Allicin) และ S-allylmercaptocystein กรดอะมิโนและไกลโคไซด์กว่า 17 ชนิด มีเอ็นไซม์หลากหลายชนิด เกลือแร่ โดยเฉพาะ เซเลเนียม (Selenium) กระเทียมเป็นพืชที่มีธาตุซีลีเนียมมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ สารสำคัญเหล่านี้ เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กระเทียมมีคุณประโยชน์มากมายแก่ร่างกาย เป็นเสมือนยารักษาโรค ช่วยลดระดับไขมันในกระแสเลือด เหมาะกับผู้ที่มีระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดสูง มากกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร  ช่วยลดความดันโลหิตสูง ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย โดยกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสร้างเม็ดเลือดขาวเพิ่มมากขึ้น และกระเทียมยังเปรียบเสมือนยาปฏิชีวนะ ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อต่างๆ  มีสารต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้

DHC Odorless Garlic

ผู้บริโภคบางคนอาจจะไม่ชอบทานกระเทียมสดๆ เพราะมีรสชาติที่เผ็ดร้อน และมีกลิ่นเหม็นฉุน DHC ได้เสนอผลิตภัณฑ์อาหาร DHC Odorless Garlic กระเทียมไร้กลิ่น เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้บริโภค ได้ทาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงร่างกาย แต่ไม่ชอบกลิ่นกระเทียม ทานง่ายและสะดวก DHC Odorless Garlic ผลิตภัณฑ์นี้มีความปลอดภัย ไร้สารพิษ สกัดจากกระเทียมธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งสี ไม่มีสารกันบูด ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแป้ง ไม่มีนม ไม่มีแลคโตส ไม่มีส่วนผสมจากข้าวสาลี ไม่มีโซเดียม DHC Odorless Garlic เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ในการเสริมให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายได้อย่างเพียงพอและครบถ้วน มีประสิทธิภาพในทุกๆวัน ถูกใจเหล่าคนรักสุขภาพ ยิ่งนัก

DHC Odorless Garlic

ประโยชน์ของ DHC Odorless Garlic

  1. ช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอลในเลือด
  2. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด
  3. ช่วยลดความดันเลือดสูง
  4. ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย เพิ่มความยากอาหาร
  5. ช่วยขับเสมหะ
  6. ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อและปวดเมื่อยตามร่างกาย
  7. ช่วยป้องกันการเกิดโรคไต
  8. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ให้แก่ร่างกาย
  9. ช่วยในการละลายลิ่มเลือด
  10. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  11. ช่วยบรรเทาอาการไอ น้ำมูกไหล ป้องกันไข้หวัด
  12. ช่วยแก้อาการหอบ หืด
  13. ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ อาการมึนงง ปวดศีรษะ หูอื้อ
  14. ช่วยในการขับลม
  15. ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  16. ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ บำรุงข้อต่อและกระดูก ในร่างกาย
  17. ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย
  18. ช่วยป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง
  19. ช่วยในการขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ
  20. ช่วยบำรุงผิวหนัง ให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง
  21. ช่วยทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว ช่วยฟื้นฟู สภาพร่างกายเมื่อเกิดความอ่อนล้า
  22. มีสารต้านอาการไขข้ออักเสบ โรคข้อรูมาติสม์
  23. ช่วยขับพิษ และสารพิษอันตรายที่ปนเปื้อนในเม็ดเลือด
  24. ป้องกันการเกิดเส้นเลือดอุดตัน
  25. ช่วยป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว

 

ส่วนประกอบของ DHC Odorless Garlic

สารสกัดจากกระเทียม (Garlic Extract) 480 มิลลิกรัม ประกอบด้วย

  • กระเทียมสด (Garlic) 6,000 มิลลิกรัม
  • สารสกัดจากโสมไซบีเรีย (Siberian Ginseng) 16 มิลลิกรัม

 

วิธีทาน

ทานวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า – เย็น

 

หมายเหตุ :

  1. ทานด้วยน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น แล้วดื่มน้ำตามมากๆ
  2. ไม่ควรทานเกินปริมาณที่กำหนดต่อวัน
  3. ถ้ารู้สึกว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายควรหยุดทาน
  4. กรุณาตรวจสอบส่วนผสมในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้อาหาร โปรดอย่าทาน
  5. เด็กและสตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน
  6. กรุณาเก็บให้พ้นจากมือเด็ก
  7. ปิดให้แน่นหลังจากเปิดทาน
  8. เก็บให้พ้นแสงแดดหรือที่อับชื่น

 

กระเทียม ( Garlic ) เป็นเครื่องเทศและพืชสมุนไพร ที่รู้จักมานานมากกว่า 6,000 ปี ไม่ว่าจะเป็นชาวอียิปต์โบราณ ที่ให้คนงานรับประทานกระเทียม เพื่อเพิ่มพละกำลัง ในระหว่างการสร้างพีระมิด  อินเดียและจีน ได้ตระหนักถึงคุณค่าทางสารอาหารของกระเทียม และได้นำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และรักษาโรคต่างๆ จนกระทั่งในปัจจุบัน กระเทียมก็ยังคงเป็นเครื่องปรุงหรือใช้ประกอบอาหาร ที่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลก

ในกระเทียม 100 กรัม ให้พลังงาน 149 กิโลแคลอรี (kcal) และให้คุณค่าทางอาหารดังนี้

น้ำ 58.6 กรัม

โปรตีน 6.4 กรัม

แคลเซียม 181 มิลลิกรัม

ฟอสฟอรัส 153 มิลลิกรัม

ซีลีเนียม 14.2 ไมโครกรัม

ใยอาหาร 2.1 กรัม

คาร์โบไฮเดรต 33.1 กรัม

โพแทสเซียม 401 มิลลิกรัม

ไขมัน 0.5 กรัม

วิตามินซี 31.2 มิลลิกรัม

โฟเลท 3.1 ไมโครกรัม

แมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม

 

นอกจากนี้ ยังมีไฟโตนิวเทรียนท์หลายชนิด ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients) ในกลุ่มออร์แกโนซัลเฟอร์ (Organosulfur) ได้แก่  สารอัลลิซิน (Allicin) ที่เป็นองค์ประกอบหลักของไฟโตนิวเทรียนท์ ที่ให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวของกระเทียม โดยกระเทียมน้ำหนัก 1 กรัม จะพบได้ประมาณ 4.38-4.65 มิลลิกรัม ทั้งนี้ ปริมาณสารประกอบที่พบในกระเทียมนั้น มีปริมาณมากหรือน้อย แตกต่างกันหรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ ลักษณะดินที่ปลูก สภาพอากาศ และช่วงเวลาเก็บเกี่ยว

เดิมทีกระเทียมจะไม่มีกลิ่นฉุน แต่ในเนื้อกระเทียมมีสารเคมีที่ชื่อว่า อัลลิอิน (Alliin) อยู่ในปริมาณมาก เมื่อกระเทียมถูกทุบแตกหรือทำให้เกิดรอยช้ำ สารเคมีกับเอนไซม์ในกลีบกระเทียม จะทำปฏิกิริยาเปลี่ยนสารอัลลิอิน (Alliin) ให้กลายเป็นสารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งก่อให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวในที่สุด

กระเทียม มีสรรพคุณทางยามากมาย อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี ธาตุซีลีเนียม ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี (กระเทียมเป็นพืชที่มีธาตุซีลีเนียมมากกว่าพืชชนิดอื่นๆ) นอกจากนี้ยังมีสารอะดิโนซีน ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่เป็นตัวสร้าง DNA และ RNA ของเซลล์ในร่างกายอีกด้วย

การศึกษา ค้นคว้า และวิจัย มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เกี่ยวกับสารที่สำคัญของกระเทียม นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ได้ทำให้เราทราบว่า ธรรมชาติมีการผสมผสานสารสำคัญในกระเทียมไว้อย่างลงตัว เช่น สารประกอบซัลเฟอร์อย่างน้อย 33 ชนิด ซึ่งรวมถึง อัลลิซิน (Allicin) และ S-allylmercaptocystein

กรดอะมิโนและไกลโคไซด์กว่า 17 ชนิด เอ็นไซม์หลากหลายชนิด เกลือแร่ โดยเฉพาะ เซเลเนียม (Selenium) สารสำคัญเหล่านี้ เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กระเทียมมีประโยชน์มากมาย กระเทียมเปรียบเสมือนยารักษาโรคภัยต่างๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระ  ช่วยป้องกันโรคมะเร็งทุกชนิด ลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด ช่วยลดความดันโลหิตสูง ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และกระเทียมยังเปรียบเสมือนยาปฏิชีวนะ ใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อต่างๆ ได้

การทานกระเทียม จะทำให้มีลมหายใจและกลิ่นตัวเหม็น ไม่ควรทานกระเทียมติดต่อกันนานเกิน

10 วัน จะเสี่ยงการเกิดภาวะเลือดแข็งตัวช้า โดยเฉพาะผู้ป่วยที่รับประทานยาในกลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด ควรหลีกเลี่ยง กระเทียมหากทานในปริมาณมาก ในขณะที่ท้องว่างอาจทำให้แสบกระเพาะอาหาร คลื่นไส้และท้องอืดได้ บางคนเมื่อผิวหนังสัมผัสกระเทียม อาจเกิดการระคายเคือง มีอาการแพ้ คันและมีผื่นแดงได้

ปัจจุบัน ได้มีการนำกระทียมมาสกัดเป็นอาหารเสริมมากมายหลายชนิด ทั้งสกัดเป็นน้ำมันกระเทียม และกระเทียมผงในแคปซูล ฯลฯ ไร้กลิ่นเหม็นฉุน ทานได้ง่ายและสะดวก เป็นอย่างมาก จึงเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพ

Reviews

There are no reviews yet.

Be the first to review “DHC Odorless Garlic ดีเอชซี กระเทียมไร้กลิ่น 30 วัน”

Your email address will not be published. Required fields are marked *