DHC Tension Balance ดีเอชซี เท็นชั่น บาลานซ์ 30 วัน

฿650.00

Out of stock

Description

DHC Tension Balance ดีเอชซี เท็นชั่น บาลานซ์ 30 วัน

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม สูตรรวม 7 สมุนไพร บำรุงสุขภาพ ช่วยลดความดันโลหิตสูง ลดน้ำตาลและระดับลดไขมันในเลือดได้

 

DHC Tension Balance ดีเอชซี เท็นชั่น บาลานซ์

อาหารเสริมบำรุงสุขภาพ สูตรรวมอาหารที่มีประโยชข์ 7 ชนิด ไดแก่ โปรตีนจากงาดำ โปรตีนเปปไทด์จากปลาซาร์ดีน สารสกัดจากโมนัสคัส (ข้าวยีสต์แดง) สารสกัดมะระ มักวอร์ด กาบา สารสกัดจากใบบานาบะ ที่ช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายและช่วยคืนความสดชื่นและผ่อนคลายให้กับสมอง ทำให้นอนหลับสบาย หรือจะช่วยลดความดันโลหิตสูง ลดระดับไขมันในเลือด ทั้งยังช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื่น

DHC Tension Balance

 

DHC Tension Balance ดีเอชซี เท็นชั่นบาลานซ์ ชนิดแคปซูล ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ไม่มีผลข้างเคียง และปลอดภัยต่อผู้บริโภค

 

ประโยชน์ของ DHC Tension Balance ดีเอชซี เท็นชั่น บาลานซ์

  1. ช่วยลดความดันโลหิตสูง รักษาและควบคุมระดับความดันในเลือด ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  2. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ขับปัสสาวะ บรรเทาอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน  
  3. ช่วยดักจับไขมัน ลดคอเลสเตอรอล และระดับลดไขมันในเลือด  
  4. ช่วยป้องกันการเสื่อมของเส้นประสาทสมอง  ป้องกันโรคเส้นเลือดสมองแตก ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์ และโรคพาร์กินสัน
  5. ช่วยผ่อนคลายประสาทสมองให้โล่งสบาย ทำให้นอนหลับสบาย หลับง่าย หลับได้นานขึ้น
  6. ช่วยลดอาการตึงเครียด ความวิตก กังวลได้
  7. ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน
  8. ช่วยชะลอวัย บรรเทาโรคชรา และช่วยฟื้นฟูสุขภาพในผู้สูงวัย
  9. ช่วยให้ผิวสุขภาพดี ผิวเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น กระชับ เต่งตึงขึ้น
  10. ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้า

 

ส่วนประกอบของ DHC Tension Balance ดีเอชซี เท็นชั่น บาลานซ์

รับประทานวันละ 3 เม็ด ปริมาณรวม 1,011 มิลลิกรัม ประกอบด้วย

  • กรดอะมิโนโปรตีนจากงาดำ (Sesame Amino Protein Peptide) (เปปไทด์จากงาดำ (Sesame Peptide) 80% ) 180 มิลลิกรัม   
  • กรดอะมิโนโปรตีนเปปไทด์จากปลาซาร์ดีน (Sardine Amino Protein Peptide) 90 มิลลิกรัม
  • สารสกัดจากโมนัสคัส (Monascus Extract) 180 มิลลิกรัม
  • สารสกัดมะระ (Bitter Extract) 90 มิลลิกรัม
  • มักวอร์ด (Mugwort) 45 มิลลิกรัม
  • กาบา (Gaba) 30 มิลลิกรัม
  • สารสกัดจากใบบานาบะ (Banaba Extract) 3 มิลลิกรัม

 

วิธีการรับประทาน

รับประทานวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหาร เช้า – กลางวัน – เย็น

ขนาดบรรจุ : 90 เม็ด (สำหรับ 30 วัน)

 

หมายเหตุ :

  1. รับประทานด้วยน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น แล้วดื่มน้ำตามมากๆ
  2. ไม่ควรรับประทานเกินปริมาณที่กำหนดต่อวัน
  3. ถ้ารู้สึกว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายควรหยุดรับประทาน
  4. กรุณาตรวจสอบส่วนผสมในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้อาหาร ควรหลีกเลี่ยง
  5. เด็กและสตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
  6. กรุณาเก็บให้พ้นจากมือเด็ก
  7. ปิดให้แน่นหลังจากเปิดรับประทาน
  8. เก็บให้พ้นแสงแดดหรือที่อับชื่น

 

สาระน่ารุ้

  • กรดอะมิโนโปรตีนจากงาดำ (Sesame Amino Protein Peptide) งาเป็นธัญพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์สูงมาก โดยเฉพาะงาดำ ในเมล็ดงามีโปรตีนสูงถึง 20% ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 2 ชนิด คือ เมธิโอนีน ( Methionine) และ ทริปโตเฟน (Tryptophan) อีกทั้งยังมี ไขมันชนิดไม่อิ่มตัวถึง 80 %  จึงสามารถสกัดเป็นน้ำมันคุณภาพดี ที่มีทั้งกรดไขมัน โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 กรดโอเลอิก และกรดไลโนเลอิก ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยลดคอเลสเตอรอล ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัวและหลอดเลือดตีบ ช่วยให้ระบบหัวใจแข็งแรง บำรุงเซลล์ บำรุงผิวพรรณให้นุ่ม ชุ่มชื้น บำรุงรากผมให้แข็งแรงและดกดำ

 

นอกจากนี้ เมล็ดงายังอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินมากมาย เช่น มีแคลเซียมสูง กว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม, สังกะสี ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม ทองแดง และวิตามินบี ชนิดต่างๆ ที่จะช่วยบำรุงระบบประสาท การบริโภคงาดำเป็นประจำจะทำให้มีสุขภาพดี เพราะช่วยเสริมการทำงานของระบบต่างๆ ที่สำคัญในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบหัวใจ หลอดเลือด สมอง  ระบบประสาท กระดูกและฟัน ผิว และเส้นผม นอกจากนั้นยังช่วยให้นอนหลับสนิท หลับสบาย ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ป้องกันโรคเหน็บชา ป้องกันอาการท้องผูก และอีกมากมาย ฯลฯ ด้วยคุณค่าเหล่านี้ งาจึงเป็นอาหารและยาที่ใช้กันแพร่หลายในแทบทุกภูมิภาคของโลก

การรับประทานงาดำให้ได้ประโยชน์นั้น จึงควรอยู่ในรูปเมล็ดงาบดละเอียดหรือน้ำมันงาดำสกัดเย็นเท่านั้น ถึงจะได้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพมากที่สุด

 

  • กรดอะมิโนโปรตีนเปปไทด์จากปลาซาร์ดีน (Sardine Amino Protein Peptide)

ปลาซาร์ดีนที่อุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย ลาซาร์ดีนให้คุณค่าทางอาหารมากกว่านมถึง 3 เท่า โดยเนื้อปลาจำนวน 100 กรัม ให้สารอาหารต่าง ๆ เช่น โอเมกา 3 ถึง 200 มิลลิกรัม ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายมนุษย์ในแต่ละสัปดาห์ นอกจากนี้แล้วยังมี ฟอสฟอรัส ทองแดง แม็กนีเซียม เหล็ก แมงกานีส ไลโคปีน โซเดียม โปรตีน วิตามินเอ แคลเซียม วิตามินดี วิตามินบี6

วิตามินบี12

 

  • สารสกัดจากโมนัสคัส (Monascus) คือ ผลิตภัณฑ์จากข้าวหมักเชื้อจุลินทรีย์ในกลุ่มยีสต์รา มีคุณสมบัติเกาะติดผิวได้ดี ไม่ซึมผ่านลงไปในผลิตภัณฑ์ เป็นเชื้อยีสต์ราอาหารที่ ปลอดภัย รับประทานได้  เช่น แยม เป็นต้น มีประวัติการใช้ประโยชน์มาหลายพันปี ในประเทศแถบตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น

ข้าวยีสต์แดงมีสาร Monacolin ช่วย ลดโคเลสเตอรอล ลดไตรกลีเซอร์ไรด์

Monacolins มีคุณสมบัติมีบทบาทสำคัญสุดในการยับยั้งไม่่ให้เอนไซม์เอชเอ็มจี-โคเอรีดักเทส ออกฤทธิ์และสังเคราะห์โคเลสเตอรอลในตับ จึงเหมาะสำหรับกับกลุ่มผู้มีภาวะโคเลสเตอรอลสูง ไตรกลีเซอร์ไรด์สูง ไม่สะสมในตับ เพราะทำงานคนละอย่างกับยาลดไขมันทั่วไปที่จะ Block ไขมันที่ตับไม่ให้ถูกปล่อยสู่กระแสเลือด ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาไขมันพอกตับ และมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โคเลสเตอรอลสูงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด เนื่องจากปกติภายในหลอดเลือด จะมีผิวเรียบลื่นสม่ำเสมอ แต่เมื่อมีโคเลสเตอรอลมาจับที่ผนังหลอดเลือดจนพอกหนาเป็นตะกรันไขมัน(plague) การสะสมของตะกรันไขมัน ทำให้หลอดเลือดค่อยๆ ตีบลง ดังนั้นหัวใจจึงต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อดันให้เลือดเคลื่อนที่ผ่านไปได้ ตะกรันไขมันสามารถขวางกั้นระบบไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดใหญ่ที่ไปเลี้ยงหัวใจหรือสมองทำให้อวัยวะขาดเลือด เกิดกล้ามเนื้อหัวใจวาย หรือหลอดเลือดในสมองตีบได้

 

  • มะระ (Bitter Melon Extract) เป็นพืชผักสมุนไพรตัวแรก ที่ควรส่งเสริมให้ใช้เป็นสมุนไพรคู่ใจในผู้ป่วยเบาหวาน จากการที่มีรายงานการศึกษาวิจัยถึงสรรพคุณการลดน้ำตาลในเลือด ทั้งในสัตว์ทดลองและในคนเป็นจำนวนมาก และรูปแบบวิธีใช้ ที่ให้ผลลดน้ำตาลในเลือดก็ไม่ซับซ้อน คือสามารถใช้ได้ทั้งน้ำคั้น ชงเป็นชา หรือกินในรูปแบบของแคปซูล ผงแห้ง ซึ่งจากประสบการณ์ของชาวบ้านไทยมีวิธีการใช้มะระขี้นกควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

มะระออกฤทธิ์ในการลดน้ำตาลได้ภายใน 30 – 60 นาทีหลังกิน และจะออกฤทธิ์สูงสุดหลังจากกินไปแล้ว 4 – 12 ชม. เนื่องจากมะระขี้นก จะกระตุ้นการเปลี่ยนกลูโคสในกระแสเลือด ให้เป็นไกลโคเจนที่ตับ และยังกระตุ้นการหลังอินซูลินจากเบตาเซลล์ของตับอ่อน อีกทั้งยังกระตุ้นการสร้างเบตาเซลล์ อีกด้วย

มะระช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ มีรายงานการศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินเดีย พบฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดในสัตว์ทดลอง และผู้ป่วยเบาหวาน และสามารถชะลอการเกิดต้อกระจกซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวานได้

 

  • มักวอร์ด (Mugwort) เป็นพึชสมุนไพรชนิดหนึ่ง ในอดีต มีการใช้เป็นยาแผนโบราณ โดยเฉพาะในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี แต่เดี่ยวนี้ก็สามารถพบได้ยาแผนปัจจุบัน ใช้รักษาผู้ป่วยเกี่ยวกับประสาทและสมอง มักวอร์ด ยังสามารถใช้ในการปรุงอาหารได้อีกด้วย

ุปัจจุบัน ได้มีการนำสารสกัดจากมักวอร์ด มาผลิตเป็นส่วนผสมเครื่องสำอางค์และอาหารเสริม มีสรรพคุณช่วยในเรื่องการบำรุงผิว

 

  • กาบา (GABA หรือ Gamma amino butyricacid) เป็นสารอาหารกลุ่มกรดอะมิโนโปรตีนที่พบได้มากในจมูกข้าว จมูกข้าวจะรวบรวมสารอาหารหลักที่เข้มข้นเพื่อให้ต้นข้าวนำไปใช้ในการเจริญเติบโตออกมาเป็นรวงข้าวที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งรวมสารอาหารสมองและสุขภาพที่สำคัญจำนวนมาก จมูกข้าวญี่ปุ่นอุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารหลายชนิด ที่สำคัญได้แก่ กรดอะมิโนกาบา สารต้านอนุมูลอิสระ ไฟเบอร์  วิตามินบี1 บี2 บี6 บี12 วิตามินซี วิตามินอี กาบามีบทบาทที่สำคัญต่อระบบประสาท ระบบเผาผลาญ และช่วยกระตุ้นฮอร์โมนที่สร้างการเจริญเติบโตของเซลล์ใหม่ให้กับร่างกาย ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ผลิตจากกระบวนการ ดีคาร์บอกซีเลชัน (decarboxylation) ของกรดที่ชื่อว่า กรดกลูตามิค (glutamic acid) โดยกรดชนิดนี้จะมีส่วนสำคัญในการทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท (neurotransmitter) ประเภทสารยับยั้ง ในระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายให้แก่สมอง นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นต่อมไร้ท่อ anterior pituitary ที่ผลิตฮอร์โมนในด้านของการเจริญเติบโต ทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อ เพื่อทำให้กล้ามเนื้อเกิดความกระชับ อีกทั้งยังเกิดสาร lipotropic ซึ่งเป็นสารป้องกันการสะสมไขมันได้ด้วย

โดยปกติสารชนิดนี้มีอยู่ใน ระบบประสาทส่วนกลางของมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากกระบวนการทางธรรมชาติที่เปลี่ยนสารกลูตาเมท (Glutamate) ในสมองให้กลายเป็นสารกาบานั่นเอง แต่การได้รับสารกลูตาเมทจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ในบางครั้งอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีการนำสารกาบามาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหารชนิดต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับปริมาณสารเป็นที่เพียงพอต่อร่างกาย

นอก จากนี้ ในวงการแพทย์ยังมีการนำสารกาบามาใช้ในการรักษาโรคเกี่ยวกับระบบประสาทต่างๆ หลายโรค เช่น โรคเครียด วิตกกังวล โรคนอนไม่หลับ เป็นต้น เพราะมีส่วนช่วยกระตุ้นฮอร์โมนทำให้มีระดับสม่ำเสมอ อีกทั้งยังควบคุมระดับน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด และทำให้เลือดหมุนเวียนได้ดี

ปริมาณที่แนะนำรับประทานต่อวัน  คือ 250-750 มิลลิกรัม ควรรับประทานเวลาหลังอาหาร

และไม่ควรรับประทานกาบาเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน

กาบามีวางขายตามทั่วไปตามร้านขายยา อาหารเสริม ฯลฯ ทั้งในรูปแบบสารสกัดตัวเดียว หรือสูตรรวมกับสารอาหารชนิดอื่นๆ ตามแต่เป้าหมายของการบำรุงที่แตกต่างกัน

 

  • สารสกัดจากใบบานาบะ (Banaba Extract) บานาบะหรืออินทนิลน้ำ บานาบะมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามแต่ท้องถิ่น

ใบบานาบะหรือใบอินทนิลน้ำ มีใบเป็นใบเดี่ยว ลักษณะของใบเป็นรูปทรงขอบขนานหรือรูปขอบขนานแกมรูปหอก มีความกว้างประมาณ 5-10 เซนติเมตร และยาวประมาณ 11-26 เซนติเมตร ใบมีสีเขียวเนื้อใบค่อนข้างหนา เกลี้ยง เป็นมันทั้งสองด้าน โคนใบบนเบี้ยวเยื้องกันเล็กน้อย ขอบใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ในส่วนปลายใบเรียวและเป็นติ่งแหลม มีเส้นแขนงใบประมาณ 9-17 คู่ เส้นโค้งอ่อนและจรดกับเส้นถัดไปบริเวณใกล้ ๆ ขอบของเส้นใบย่อยจะเห็นไม่ค่อยชัดนัก ก้านใบยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เกลี้ยงและไม่มีขน

ใบบานาบะหรือใบอินทนิลน้ำ มีรสขมฝาด สามารถช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยใช้ใบแก่เต็มที่ประมาณ 1 กำมือ นำมาต้มกับน้ำดื่มในตอนเช้า ทั้งยังช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้อีกด้วย ในประเทศญี่ปุ่นได้มีการสกัดสารจากใบอินทนิลน้ำด้วยแอลกอฮอล์ นำไปทำให้เข้มข้นจนได้สารสกัด 3 mg./ml. แล้วนำไปทำเป็นยาเม็ดขนาดเม็ดละ 250 mg. ให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานและมีภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงรับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง นานติดต่อกัน 4 สัปดาห์ พบว่าผู้ป่วยมีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดที่ลดลง และได้มีการทดลองทั้งในไทย อินเดีย และฟิลิปปินส์ พบว่ามันมีฤทธิ์เหมือนอินซูลิน

 

Reviews

There are no reviews yet.

Be the first to review “DHC Tension Balance ดีเอชซี เท็นชั่น บาลานซ์ 30 วัน”

Your email address will not be published. Required fields are marked *